7 โมงเช้าผมตื่นนอนเพราะตั้งนาฬิกาปลุกไว้แม้การตื่นนอนเช้านี้แม้ว่าจะได้นอนน้อยแต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่เพลียนักอาจะเป็นเพราะเตียงมันนุ่มสบาย ตื่นนอนเสร็จผมก็ลุกไปอาบน้ำผมปล่อยให้แฟนผมนอนต่อไปหลังผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จออกมาจากห้องน้ำก็เห็นแฟนสาวของผมเริ่มเก็บของที่รื้อออกมาเมื่อคืนนี้ พอเห็นผมเดินออกเธอเลยบอกให้ผมช่วยเก็บต่อเธอจะไปอาบน้ำ หลังจากเก็บของเสร็จผมก็เดินดูทั่วห้องและลองสำรวจ

หน้าต่างดูด้านนอกหน้าต่างห้องของผมมันเป็นผนังครับผนังอิฐของบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆกันด้านล่างมีซอยเล็กๆมีคนแถวนั้นเดินผ่านไปมาไม่ขาดสายสะท้อนให้เห็นว่าเมืองจีนคนเยอะจริงๆถ้าเป็นประเทศสยามของเราซอยเล็กๆในตอนเช้าๆแบบนี้อาจจะไม่มีคนเดินด้วยซ้ำระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ “ก๊อกๆๆๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นผมก็ประหลาดใจเล็กน้อยว่าใครนะมาเช้าขนาดนี้ผเลยรีบวิ่งไปมองทีตาแมวปรากฏว่าเป็นจิ้งกับเฟยๆ สองสาวมาเช้ามากผมเลยเปิดประตูก็พบว่าเฟยๆยังอยู่ชุดเดิมอยู่เลยส่วนเมียไม่ต้องพูดถึงไม่ได้กลับบ้าน

เลยมาชุดเดิมอยู่แล้วสองสามถามหาแฟนผมเนื่องจากภาษาจีนผมโคตรเก่งผมเลยชี้ไปที่ห้องน้ำสาวๆเลยถึงบางอ้อ ผมเชิญเค้ามานั่งที่เตียงสองสาวพยายามชวนผมคุยผมก็ยิ้มๆ ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอันไหนฟังรู้เรื่องตอบได้ก็ตอบรอไม่นานแฟนผมก็ออกมาจากห้องน้ำ ทำให้ผมโล่งใจไปได้เยอะเพราะว่าผมพูดกะสองสาวได้ไม่ดีเท่าไหร่แฟนผมเห็นเฟยๆยังไม่เปลี่ยนเสื้อเลยถามว่าเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านหรอสองสาวเลยบอกว่าเมื่อคืน

หลังจากกลับจากพวกเราแล้วเธอสองคนไปเที่ยวคาราโอเกะกันต่อเฟยๆเลยยังไม่กลับบ้าน แฟนผมก็เริ่มเทศนาเมียของเธอว่าเที่ยวดึกต่างๆนาๆ เมียเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนผมเธอทิ้งลายแม่มดวิเศษเมื่อคืนไปหมดเลยเอาแต่นั่งยิ้มฟังเมียผมอย่างตั้งใจ เมื่อการเทศนาของแฟนผมผ่านพ้นไปเมียก็บอกว่าเค้าได้นัดเพื่อนมารอรับเราที่หน้าโรงแรม

เพื่อที่จะพาเราไปพักอีกที่หนึ่งในคืนนี้ คุยกันเสร็จแล้วเราเลยเก็บของออกจากห้องมาเช็คเอ้าท์เดินมาถึงเคาเตอร์ด้านล่าง พนักงานหน้าฟรอนที่กลางคืนเป็นป้าแก่ๆตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยอาหมวยหน้าตาจิ้มลิ้มสองคน ผมยืนมองจนรู้สึกตัวอีกคือตอนที่แขนผมแดงเพราะรอยเล็บของแฟนแล้ว หลังจากที่เราเช็คเอาท์เสร็จเราก็ยังนั่งคุยกันอยู่ในฟรอนใกล้ๆที่เช็คอินจากที่คุยกันผมเลยล้วงเหรียญบาทไทยออกมาให้เฟยๆและเมียเก็บไว้

บังเอิญอาหมวย หน้าฟรอนท์ได้ยินเลยอยากเห็นว่าเงินไทยเป็นยังไงเค้าเลยขอผมดูผมเลยหยิบเหรียญที่เหลืออยู่ให้อาหมวยทั้งสองคนไปเลยเค้าก็ดูท่าจะดีใจมากขอบคุณผมใหญ่ ผมให้เหรียญเสร็จเดินกลับมาผมเห็นหน้าแฟนผมกลายเป็นยักษ์ไปซะแล้ว(ต้องง้ออยู่พักใหญ่เลยครับกว่าเธอจะคุยด้วย)

พวกเรารออยู่พักนึงเพื่อนของเมียก็มาแต่พอเพื่อนมาถึงเค้าขอตัวไปห้องน้ำก่อนเราเลยตกลงว่าจะไปหาอะไรกินแถวร้านค้าใกล้ๆโรงแรมก่อนเฟยๆมีโทรศัพท์เข้าเลยบอกให้พวกเราสามคนเดินไปเธอจะรออยู่หน้าโรงแรม เราสามคนเลยเดินไปร้านค้าแถวนั้นซึ่งมีร้านขายปาท่องโก๋ร้านขายอาหารต่างๆ

แต่ส่วนใหญ่ขายจะหมดแล้วเมียบอกว่าคนที่นี่เค้าจะมากินของแถวนี้ตอนตีห้าถึงหกโมงเพราะของแถวนี้อร่อยเราเดินมาสองสามช่วงตึกไปร้านที่เมียรู้จัก ไปถึงร้านของที่ทำขายวันนั้นหมดแล้วเมียเลยซื้อ “โจ๊กหมูแช่เย็น”ใช่ครับอ่านไม่ผิดโจ๊กหมูแช่เย็นใส่ในถ้วยพลาสติกเมียซื้อมาให้ผมสองถ้วยและแฟนผมถ้วยหนึ่งทีแรกผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าในถ้วยที่ปิดฝาคืออะไรผมก็ลองเปิดฝาดูเห็นเป็นน้ำสีขาวๆผมก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นพวกบัวลอยแต่พอเอาช้อนตักดูข้าวมากับช้อนเต็มเลยผมก็อึ้งตามเคยครับ แต่ก็ลองคนๆดูปรากฏว่าเจอเนื้อหมูชิ้นใหญ่โตก็เลยเข้าใจว่าเป็นโจ๊กเมียสั่งเกตุสีหน้าผมแล้วหัวเราะหันไปคุยกะแฟนผมว่าเค้าไม่เคยกินโจ๊กเย็นหรอ

ที่เมืองไทยไม่มีหรอผมไม่รู้ว่าใครเคยกินบ้างนะครับอีโจ๊กเย็นเนี่ยแต่ที่จังหวัดตรังบ้านเกิดผมเท่าที่ผมเคยเห็นมาไม่เคยมีใครกินแน่ๆ ต่อให้เอามันไปแช่เย็นเวลากินก็เอามาอุ่นก่อนพอผมเห็นสีหน้าเมียแบบนั้นกลัวเค้าจะเสียใจครับแม่คุณซื้อมาให้ตั้งสองถ้วยก็ต้องกินสิครับถึงมันจะฝืนใจขนาดไหนผมก็ต้องกินครับต่อไปนี้คือขั้นตอนการรับประทานโจ๊กเย็นของผมนะครับใครจะเอาไปทำตามไม่สงวนลิขสิทธิ์สูดหายใจลึกๆ ลึกสุดๆเท่าที่ท่านจะทำได้อย่าลืมหายใจออกนะครับเดี๋ยวตาย

  1. หลับตาและอ้าปาก
  2. ตักโจ๊กขึ้นมาและหยุดหายใจชั่วขณะ
  3. ใส่ปากและเคี้ยวๆและกลืนลงอย่างรวดเร็วพยายามอย่าอมเพราะอาจจะอาเจียนได้
คำแรกผ่านไปรสชาติที่ได้รับมันเหนือคำบรรยายจริงๆครับ จะว่าอร่อยก็อร่อยจะว่าไม่อร่อยก็ไม่ใช่ครับอาจะเป็นเพราะว่าผมไม่เคยกินโจ๊กเย็นๆมาก่อนก็เป็นได้เลยมันทำให้รู้สึกแปลกๆ พอคำแรกผ่านไปยังไม่รู้รสชาติครับผมเลยตักไปอีกสิบกว่าครั้งเพื่อให้รู้รสชาติแต่มันก็ยังไม่รู้อีกครับเลยเปิดถ้วยที่สองมาก็ตักไปอีกสิบกว่าคำสุดท้ายสองถ้วยผ่านไปผมขอสรุปสั้นๆเกี่ยวกับโจ๊กเย็นว่า “อร่อย” ครับ
หลังจากทานโจ๊กเสร็จเราก็เดินกลับไปที่หน้าโรงแรมก็พบว่าเพื่อนของเมียมารอแล้วส่วนเฟยๆยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จเลยเพื่อนของเมียคนนี้ผมขอเรียกเค้าว่า”หลิว”แล้วกันนะครับหลิวเป็นผู้ชายร่างสูงมาดเป็นหนุ่มนักธุรกิจมีรถเป็นของตัวเองดูจะสนิทสนมกับเมียเป็นพิเศษ(ตอนหลังเลยได้รู้ว่าเค้าเป็นกิ๊กกัน)หลิวพานั่งรถเก๋งนิสสันของเขาไปบ้านของเฟยๆเพื่อเอากระเป๋า
 
เราไปถึงบ้านเฟยๆภายในสิบนาทีเราจัดแจงเอากระเป๋าขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปโดยที่เฟยๆขอไม่ไปกับเราด้วย “หลงฮัว” หลงฮัวเป็นเขตหรืออำเภอหนึ่งของเสิ่นเจิ้นสาเหตุที่เราจะไปพักที่หลงฮัวเพราะว่าตอนนี้ที่หลงฮัวมีเพื่อนอีกคนของแฟนผมรออยู่เธอมีชื่อว่า “ชุนลี่” อาจจะชื่อเหมือนตัวละครในเกมส์ต่อสู้บางเกมส์นะครับเรานั่งรถผ่านถนนอันกว้างใหญ่ในจีนถนนที่นี่กวางจริงๆครับขนาดในเมืองยังแปดแลนเลย พอเราเลยตัวอำเภอกมหมิงมาเราก็เข้าสู่ทางหลวง ทางหลวงที่นี่ไม่ต้องพูดถึงครับสิบแปดแลนเห็นจะได้รถบรรทุกวิ่งให้พรึ่บ หลิวบอกว่าเมื่อสักห้าหกปีก่อนรถบรรทุกยังไม่เยอะเท่านี้เลย
 
แต่พอจีนเริ่มรวยขึ้นค้าขายมากขึ้นไม่กี่ปีรถก็วิ่งเยอะขึ้นตามฐานะของคนจีนที่ดีขึ้นวิ่งตามถนนหลวงสักพักเราก็ออกมาถึงถนนสายหนึ่งมีสองเลนส์ซึ่งแตกต่างกับถนตนที่ผ่านตามาเมื่อกี้แถมสองข้างทางยังเต็มไปด้วยขยะหลิวจอดรถให้เราหน้าห้าง “หลงฮัวป่ายฮั่ว” เราขนของลงก็เจอสาวน้อยหน้าชะแล่มนางนึงยืนอยู่ผมหันไปเห็นถึงขั้นตัวซีดเพราะเธอหน้าเหมือนแฟนเก่าผมมากๆ ผมยืนอึ้งอยู่พักนึงแฟนผมกับเมียก็เดินเข้าไปกอดแม่นาง ไม่ต้องสงสัยครับเธอคือชุนลี่นั้นเอง ยุ่งหละสิผมอะไรหน้าจะเหมือนกันขนาดนี้ พอทักทายกันเสร็จเรียบร้อยแฟนผมก็แนะนำให้ชุนลี่รู้จักกับผมและก็หลิว
 
เนื่องจากหลิวจะต้องรีบไปเลยต้องรีบขนกระเป๋าลงจากรถหลิวเมื่อล่ำลาหลิวและเมื่อบอกขอบคุณเป็นที่เรียบร้อยหลิวยื่นนามบัตรมาให้เราพร้อมอวยพรให้เราเดินทางโดยปลอดภัยและสนุกกับเมืองจีน หลิวขับรถจากไปเราสี่คนเดินถือและลากกระเป๋าไปยังอพาตเม้นท์รายวันใกล้ที่ชุนลี่จองไว้ให้ซึ่งอพาตเม้นท์นั้นก็อยู่ใกล้ๆกับห้องของชุนลี่นั้นเองเราเดินไปถึงอพาตเม้นท์ปรากฏว่าคนดูแลไม่อยู่ชุนลี่เลยอาสาเดินไปตามให้เมียก็เลยบอกว่าจะไปด้วยสองสาวเลยปล่อยให้ผมก็แฟนยืนกันสองคน ผมเลยถามแฟนว่าทำไมชุนลี่ถึงไม่ให้เราพักที่ห้องของชุนลี่หละ แฟนก็บอกว่าชุนลี่ทำงานเป็นพนักงานร้านขายรองเท้าใกล้ๆแถวนี้แล้วห้องนั้นเจ้าของร้านก็เช่าไว้ให้เด็กในร้านนอนกัน ถามเลยถามต่อว่าชุนลี่เค้าไม่เรียนต่อมหาลัยหรอแฟนผมบอกว่าในบรรดากลุ่มเพื่อนสนิทๆที่เคยเรียนห้องเดียวกันที่เสิ่นเจิ้น
 
เนี่ยมีแฟนผมคนเดียวที่จบปริญญาตรีนอกนั้นพอจบมัธยมปลายก็ทำงานกันหมด คำพูดนี้ทำให้ผมได้คิดทบทวนในหัวหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวผมผมเหม่อ มองไปอีกด้านนึงของอพาตเม้นท์ซึ่งมีคนเดินกันเยอะมากมายแล้วก็ต้องสะดุดตากับสาวสวยกลุ่มใหญ่ “แม่เจ้า”สวยทั้งกลุ่มเลยถ้าอยู่เมืองไทยกลุ่มนี้จะต้องเป็นพริตตี้แน่ๆแต่ที่มันผิดแปลกอย่างนึงคือเค้าใส่เสื้อช็อป ผมเลยหันกลับไปถามแฟนว่าสาวๆกลุ่มนั้นเค้าเป็นพริตตี้หรอ แฟนผมถามผม “ชอบหละสิขอเบอร์ให้เอามั้ย” ผมคิดในใจ “ไม่ต้องตรูขอเองได้” หลังจากถากถางผมด้วยสายตาและคำพูด แฟนก็บอกว่าเค้าเป็นสาวโรงงานทำงานที่โรงงานทำรองเท้าและเสื้อผ้าแถวนี้ อึ้งครับอึ้งจริงๆสาวโรงงานที่นี่สวยระดับพริตตี้ขนาดนี้เชียวหรอ แต่จะว่าไปตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมเหียบแผ่นดินจีนก็เห็นสาวๆส่วนใหญ่ของที่นี่หน้าตาดีกันเกือบทุกคน แต่สาวทางใต้ของจีนมีข้อเสียคิอตัวไม่สูงมากนักแต่ผิวนี่ขาวจั๊วะเลยหละครับ แฟนผมบอกมาอีกว่าคนที่มาทำงานที่เสิ่นเจิ้นส่วนใหญ่เนี่ยมาจากฆลฑลกวางซี ฆลฑลเดียวกะแฟนผม(เสิ่นเจิ้นเป็นเขตปกครองพิเศษอยู่ในฆลฑลกวางตุ้ง)
ติดตามตอนต่อไปนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

มีแฟนขี้หึงระวังหน่อยเด้ อย่ารุ่มร่ามมากนัก

สาวจีนที่ขี้เหร่มีที่เกาะไหหลำ

สาวสวยนั้นมีจีนแคะ(ฮะก้า) กวางตุ้ง ฮั่น
ยูนาน แมนจู ธิเบต confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2012-03-30 10:14

Categories